กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า "เงินสะสม “และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า "เงินสมทบ “นั่นคือ ลูกจ้างออมเงินเท่าไร นายจ้างช่วยลูกจ้างออมด้วยในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นลักษณะของสวัสดิการที่นายจ้างมีให้กับลูกจ้างเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ลูกจ้างที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ “
ความสำคัญของ การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นอกจากจะทำให้ลูกจ้างมีการออมอย่างต่อเนื่อง มีวินัย และมีนายจ้างช่วยออมแล้วยังมีการนำเงินไปบริหารให้เกิดดอกผลงอกเงยโดยผู้บริหารมืออาชีพ และดอกผลที่เกิดขึ้นจะนำมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกกองทุนทุกคนตามสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน
เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ประกอบด้วย
-
-เงินสะสมของลูกจ้าง เป็นเงินที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักจากค่าจ้างสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 2 (สอง) แต่ไม่เกินร้อยละ 15 (สิบห้า) ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง
-
-เงินสมทบของนายจ้าง เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกในอัตราไม่ต่ำกว่าเงินสะสมของลูกจ้าง ซึ่งอัตราการจ่ายเงินสมทบให้แก่ลูกจ้างอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไข ระยะเวลาการทำงานหรือ ระยะเวลาการเป็นสมาชิกหรือ ตามตำแหน่งหรือ ตามอัตราเงินเดือนของลูกจ้างนั้นๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจหรือเป็นสวัสดิการส่วนเพิ่มให้กับลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างเป็นเวลานาน
เงินออมของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเติบโตจากเงินสะสมและเงินสมทบที่ต้องมีการนำส่งเข้ากองทุนทุกเดือน รวมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของกองทุน อย่างไรก็ดี กองทุนจะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้สมาชิก เนื่องจากจะสะสมยอดเงินทั้งหมดให้เป็นก้อนใหญ่ เพื่อเก็บไว้รอจ่ายคืนให้สมาชิกเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ เช่น ลาออกจากงาน เกษียณอายุ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ให้สมาชิกถอนเงินออกบางส่วน เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกนำเงินไปใช้ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออมเงินเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ
ประเภทกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด
ให้บริการ แบ่งได้ดังนี้
-
กองทุนเดี่ยว (Single Fund) หมายถึง กองทุนที่ประกอบด้วยนายจ้างรายเดียว และเป็นกองทุนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และคณะกรรมการกองทุนสามารถกำหนดนโยบายร่วมกับบริษัทจัดการ
-
กองทุนร่วม (Pooled Fund) หมายถึง กองทุนที่ประกอบด้วยนายจ้างตั้งแต่ 2 รายขึ้นไป ภายใต้นโยบายการลงทุนเดียวกัน เหมาะสำหรับบริษัทที่มีเงินกองทุนไม่มากหรือบริษัทที่จะเริ่มจัดตั้งกองทุนเป็นครั้งแรก หรือ บริษัทที่มีพนักงานจำนวนไม่มาก มีประโยชน์ในด้านการลดภาระค่าใช้จ่ายและเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นได้
ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
นายจ้าง
- สิทธิประโยชน์ทางภาษี – เงินนำส่งของนายจ้างเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้
- เป็นเครื่องมือในการบริหารสวัสดิการแก่พนักงาน เพื่อจูงใจให้รักองค์กร และตั้งใจทำงาน
- นายจ้างสามารถควบคุมงบประมาณของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- สร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างทำงานระยะยาว
- ลดภาระค่าใช้จ่ายในการฝึกบุคลากร
- สร้างความมั่นคงให้ลูกจ้างเมื่อพ้นจากงาน
- สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่บริษัท
ลูกจ้าง (สมาชิก)
- ได้รับเงินจากสิทธิประโยชน์ทางภาษีของการอยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
- เสมือนได้รับค่าจ้างเพิ่มจากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้
- ช่วยสร้างวินัยในการออมที่เน้นการออมแบบผูกพันระยะยาว
- ได้รับเงินเพิ่มที่นายจ้างให้กับลูกจ้างทุกปี นอกเหนือจากการขึ้นเงินเดือน /โบนัส
- มีเงินก้อนใหญ่ไว้ใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเกษียณอายุหรือลาออกจากงาน
- เป็นหลักประกันของครอบครัว กรณีเสียชีวิต
- เพิ่มโอกาสเติบโตของเงินลงทุน ด้วยการบริหารกองทุน จากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโดยตรง
รูปแบบการลงทุนสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
ในการดำเนินการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะขอข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท และพนักงานหรือสมาชิกของกองทุนเช่น อายุเฉลี่ยของพนักงาน อายุงานโดยเฉลี่ย วุฒิการศึกษา การยอบรับความเสี่ยงในการลงทุน ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของสมาชิกในกองทุนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกองทุน คณะกรรมการกองทุนสามารถร่วมกำหนดหรือเลือกนโยบายการลงทุนที่ต้องการได้โดยพิจารณาจาก ข้อมูลที่ได้รับเกี่ยวกับพนักงานขององค์กร (Customer Profile) เพื่อจัดทำนโยบายการลงทุนให้สอดคล้องกับโครงสร้างของพนักงานในองค์กรนั้นๆ (Suitability study) ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง
การลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนของกองทุนตามกฎหมายและเป็นผู้กำหนดลักษณะการลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปัจจุบันมีรูปแบบการลงทุนหลักที่กำหนดไว้หลายรูปแบบทั้งที่เป็นการลงทุนภายในหรือต่างประเทศ การกำหนดให้สมาชิกสามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง ( Employee‘ s choice )
ตาม พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2550 กำหนดให้การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสามารถมีนโยบายการลงทุนได้มากกว่า 1 นโยบาย และเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกให้บริษัทจัดการลงทุนในนโยบายที่ตนเองต้องการได้วัตถุประสงค์ในการจัดทำระบบ Employee’s choice ในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เนื่องมาจากลักษณะการลงทุนของแต่ละคนจะแตกต่างกัน อาทิเช่น
- ผลตอบแทนที่ต้องการแตกต่างกัน
- ระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนยอมรับได้
- ระยะเวลาที่จะออมเงิน
- อายุของสมาชิกที่แตกต่างกัน
- จำนวนเงินที่ต้องการใช้หลังเกษียณ
- ระยะเวลาที่เหลืออยู่เพื่อใช้เงินหลังเกษียณ ฯลฯ
รายชื่อผู้จัดการกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
1. คุณเจษฎา สุขทิศ
2. คุณชนัยกานต์ สวัสดิฤกษ์
3. คุณคงศิริ เลิศพิชิตกุล
4. คุณวิทยา เจนจรัสโชติ
5. คุณวรวรรณ เจริญสันติภาพ
6. คุณพรเพ็ญ ชุลีประเสริฐ
7. คุณวสุชนม์ ทรายแก้ว
ติดต่อเรา :
หากบริษัทของท่านต้องการให้เข้าไปนำเสนอข้อมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรุณาแจ้งที่ ส่วนการตลาดธุรกิจกองทุนส่วนบุคคลและลูกค้าสถาบัน Email Address : maito:pvdmkt@cimb.com หรือ ติดต่อสอบถามที่ หมายเลขโทรศัพท์ (66) 0-2686-9500-3 หรือโทรสาร (66)0-2657-3067, (66)0-2657-3167 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ยินดีให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ