กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า "เงินสะสม“ และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า "เงินสมทบ” กองทุนสำรองเลี้ยงชีพเป็นลักษณะของสวัสดิการที่นายจ้างมีให้กับลูกจ้างเพื่อเป็นหลักประกันทางการเงินให้แก่ลูกจ้างที่เป็นพนักงานบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจต่างๆ โดยอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของรัฐผ่านกฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ความสำคัญของ การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ นอกจากจะทำให้ลูกจ้างมีการออมอย่างต่อเนื่อง มีวินัย และมีนายจ้างช่วยออมแล้วยังมีการนำเงินไปบริหารให้เกิดดอกผลงอกเงยโดยผู้บริหารมืออาชีพ และดอกผลที่เกิดขึ้นจะนำมาเฉลี่ยให้กับสมาชิกกองทุนทุกคนตามสัดส่วนของเงินที่แต่ละคนมีอยู่ในกองทุน

เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ประกอบด้วย
  • เงินสะสมของลูกจ้าง เป็นเงินที่ลูกจ้างยินยอมให้นายจ้างหักจากค่าจ้างสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า ร้อยละ 2 (สอง) แต่ไม่เกินร้อยละ 15 (สิบห้า) ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง
  • เงินสมทบของนายจ้าง เป็นเงินที่นายจ้างจ่ายสมทบเข้ากองทุนตามจำนวนลูกจ้างที่เป็นสมาชิกในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ 2 (สอง) แต่ไม่เกินร้อยละ 15 (สิบห้า) ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ใน ข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง

อัตราการจ่ายเงินสมทบให้แก่ลูกจ้างอาจแตกต่างกันตามเงื่อนไข ระยะเวลาการทำงานหรือ ระยะเวลาการเป็นสมาชิกหรือ ตามตำแหน่งหรือ ตามอัตราเงินเดือนของลูกจ้างนั้นๆ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจหรือเป็นสวัสดิการส่วนเพิ่มให้กับลูกจ้างที่ทำงานกับนายจ้างเป็นเวลานาน

เนื่องจากเงินกองทุนนี้เป็นสวัสดิการเพิ่มให้กับลูกจ้าง นายจ้างจึงมีสิทธิกำหนดเงื่อนไขการจ่ายเงินออกสำหรับเงินสมทบของนายจ้างและผลประโยชน์ของเงินดังกล่าว ซึ่งนายจ้างส่วนใหญ่จะกำหนดให้ลูกจ้างได้รับตามอายุงาน เช่นลูกจ้างออกจากงานและมีอายุการทำงานน้อยกว่า 5 ปี ได้รับเงินส่วนของนายจ้าง 50% ถ้าครบ 5 ปี ขึ้นไปได้ 100% เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการจูงใจให้ลูกจ้างทำงานกับนายจ้างเป็นเวลานานเช่นกัน

เงินออมของสมาชิกในกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะเติบโตจากเงินสะสมและเงินสมทบที่ต้องมีการนำส่งเข้ากองทุนทุกเดือน รวมทั้งผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของกองทุน อย่างไรก็ดี กองทุนจะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยหรือเงินปันผลให้สมาชิก เนื่องจากจะสะสมยอดเงินทั้งหมดให้เป็นก้อนใหญ่ เพื่อเก็บไว้รอจ่ายคืนให้สมาชิกเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ เช่น ลาออกจากงาน เกษียณอายุ เป็นต้น นอกจากนี้ กองทุนจะไม่ให้สมาชิกถอนเงินออกบางส่วน เพราะจะเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกนำเงินไปใช้ซึ่งไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการออมเงินเพื่อไว้ใช้หลังเกษียณ

ประเภทของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด 

ให้บริการ แบ่งได้ดังนี้

  • กองทุนเดี่ยว (Single Fund) หมายถึง กองทุนที่ประกอบด้วยนายจ้างรายเดียว หรือกลุ่มบริษัทในเครือเดียวกัน และเป็นกองทุนที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่และคณะกรรมการกองทุนสามารถกำหนดนโยบายร่วมกับบริษัทจัดกา

             กองทุนเดี่ยวแบ่งออกเป็น
             1) กองทุนเดี่ยวที่มีนโยบายการลงทุนเดียว ซึ่งอาจเป็นกองทุนแบบผสม ที่ลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน หรือลงทุนเฉพาะตราสารหนี้เท่านั้น และสมาชิกทุกคนมีนโยบายการลงทุนเดียวกัน
             2) กองทุนเดี่ยวที่มี Employee’s Choice ให้สมาชิกเลือกนโยบายที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ Master Fund-Sub Fund เรียกว่า “Master Single Fund”

  • กองทุนร่วมทุน (Pooled Fund) หมายถึง กองทุนที่ประกอบด้วยนายจ้างหลายราย จัดตั้งขึ้นโดยบริษัทจัดการ เหมาะสำหรับบริษัทที่มีเงินกองทุนไม่มากหรือบริษัทที่เริ่มจัดตั้งกองทุน หรือ บริษัทขนาดเล็กหรือใหญ่ที่ต้องการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับกองทุนและเพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุนให้ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นได้

              กองทุนเดี่ยวแบ่งออกเป็น
              1) กองทุนร่วมทุนที่มีนโยบายการลงทุนเดียว ซึ่งอาจเป็นกองทุนแบบผสม ที่ลงทุนทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน หรือลงทุนเฉพาะตราสารหนี้เท่านั้น และสมาชิกทุกคนมีนโยบายการลงทุนเดียวกัน
              2) กองทุนร่วมทุนที่มี Employee’s Choice ให้สมาชิกเลือกนโยบายที่เหมาะสมกับตนเอง ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของ Master Fund-Sub Fund เรียกว่า
“Master Pooled Fund แบบ Target Risk”
       
       3) กองทุนร่วมทุนที่เป็นแบบ Master Fund-Sub Fund เรียกว่า “Master Pooled Fund แบบ Target Date” สมาชิกลงทุนในกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนตามช่วงอายุของสมาชิก วัยเริ่มทำงานจะมีสัดส่วนสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่าวัยใกล้เกษียณ เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่ดีกว่า และบริษัทจัดการจะลดความเสี่ยงให้กับพอร์ตการลงทุนลงเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาที่ท่านต้องนำเงินออกจากกองทุนเมื่อเกษียณอายุ

กองทุนประเภทสมดุลตามอายุ (Target Date Fund) คืออะไร?                                               

บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ได้สร้างสรรนวัตกรรมกองทุนสำรองเลี้ยงชีพสำหรับสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล สมดุลตามอายุ ซึ่งจดทะเบียนแล้ว ซึ่งกองทุนนี้เป็นกองทุนในรูปแบบ Master Fund - Sub Fund ที่สามารถรองรับและตอบสนองความต้องการในการลงทุนที่แตกต่างกันของสมาชิกแต่ละราย และตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของสมาชิกทั้ง 2 กลุ่มเป้าหมาย ทั้งสมาชิกที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน และสมาชิกที่มีความเชี่ยวชาญในการลงทุนเป็นอย่างดี

ปัญหาต่าง ๆ ที่สมาชิกกองทุนส่วนใหญ่พบเจอในปัจจุบัน

 

 

 

ü    อัตราเฉลี่ยอายุขัยของประชากรยืนยาวมากขึ้น ทำให้สมาชิกต้องการเงินเก็บไว้ใช้ในวัยเกษียณเพิ่มมากขึ้น
ü   
สมาชิกส่วนใหญ่เลือกแผนการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ ทำให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ได้รับต่อปีน้อยเกินไป และไม่สามารถ
     ทำให้เงินในกองทุนเติบโตอย่างรวดเร็วหรือเพียงพอกับการใช้จ่ายในวัยเกษียณ

ü   
สมาชิกที่ไม่มีความรู้เรื่องการลงทุน ไม่แน่ใจที่จะเลือกแผนการลงทุนใดที่เหมาะสมสำหรับตัวเอง หรือควรเปลี่ยนแผน
     การลงทุนในเวลาใดดี
ü    บริษัทนายจ้างไม่มีนโยบายในการลงทุนให้เลือก  หรือ แผนที่เปิดให้เลือกมีจำกัด

ü    นโยบายที่มีให้เลือกไม่เหมาะสมกับสมาชิก

 โครงสร้างของกองทุนสมดุลตามอายุ (Target Date)

 
Target Date เป็นกองทุนที่มี 2 รูปแบบการลงทุน อยู่ภายใต้กองทุนเดียวกัน ดังนี้

1.Target Date หรือ สมดุลตามอายุ – สมาชิกเลือกแผนการลงทุนเพียงครั้งแรกครั้งเดียวตามปีที่เกษียณอายุจากนั้นผู้จัดการกองทุนจะดูแลพอร์ตการลงทุน สับเปลี่ยน และจัดการแผนการลงทุนจนกระทั่งสมาชิกออกจากกองทุน เหมาะสำหรับสมาชิกที่ไม่มั่นใจในการเลือกแผนการลงทุนเอง

2.Target Risk หรือ สมดุลตามความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทน หรือที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายในนาม Employee’s choices - สมาชิกเลือกแผนการลงทุนตามความเสี่ยงและอัตราผลตอบแทนที่คาดหวัง และสับเปลี่ยนนโยบายเองตามความต้องการ
เหมาะสำหรับสมาชิกที่มีความมั่นใจในการเลือกแผนการลงทุนเอง 

รูปแบบการลงทุนแบบที่ 1 แบบสมดุลตามอายุ (Target Date)                                                                                                              





เป็นบริการวางแผนทางการเงินเพื่อการเกษียณอย่างมีคุณภาพ ซึ่งมีการปรับลดความเสี่ยงให้เหมาะสมกับอายุที่เปลี่ยนแปลงไป โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของเงินทุนเป็นสำคัญ สมาชิกที่อายุน้อยลงทุนในตราสารทุนในสัดส่วนที่สูง (เพื่อรับผลตอบแทนเพิ่มในระยะยาวและเร่งสะสมเงินออมได้อย่างรวดเร็ว) หลังจากนั้นจะค่อยๆทยอยลดการลงทุนในตราสารทุน และปรับเพิ่มสัดส่วนสินทรัพย์ที่มีความมั่นคงสูงตามลำดับเมื่ออายุมากขึ้น โดยสมาชิกเลือกนโยบายการลงทุนเพียงครั้งเดียวตามอายุเกษียณของสมาชิก จากนั้นผู้จัดการกองทุนจะ “ปรับเปลี่ยนสัดส่วนพอร์ตการลงทุนระยะยาวให้เหมาะสมกับช่วงอายุของสมาชิกโดยอัตโนมัติ”

แก้ปัญหาต่างๆให้สมาชิกด้วยกองทุนสมดุลตามอายุ (Target Date)

ü ตัดความไม่แน่ใจ - ในการเลือกแผนการลงทุนที่เหมาะสม

ü ตัดความสับสน - ว่าจะเปลี่ยนแผนการลงทุนเมื่อไหร่ดี

ü ตัดความซับซ้อน
       
- สมาชิกเลือกแผนเพียงครั้งแรกครั้งเดียว ตามปีเกษียณของตนเอง 
      - ผู้จัดการกองทุนเลือกผสมสัดส่วนการลงทุนให้ตามความเสี่ยงและอายุของสมาชิก
      - ผู้จัดการกองทุนขายทำกำไรให้โดยอัตโนมัติ
      - ผู้จัดการกองทุนปรับลดความเสี่ยงให้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น ความเสี่ยงของแผนการลงทุนโดยรวมจะทยอยลดลง

วิธีเลือกแผนการลงทุนสำหรับสมาชิก
 

ผู้จัดการกองทุนจะทำหน้าที่ปรับสัดส่วนการลงทุนในแต่ละสินทรัพย์ให้เหมาะสมกับช่วงอายุของท่าน วัยเริ่มทำงานจะมีสัดส่วนของสินทรัพย์เสี่ยงสูงกว่าวัยใกล้เกษียณ เพื่อสร้างผลตอบแทนระยะยาวที่ดีกว่า และลดสัดส่วนการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงลงเมื่อใกล้ถึงช่วงเวลาที่ต้องนำเงินออกจากกองทุน เพื่อการเกษียณอย่างมีประสิทธิภาพมีเงินไว้ใช้จ่ายหลังเกษียณได้อย่างเพียงพอ

สร้างกรอบการลงทุน Glide Path

 

 

รูปแบบการลงทุนแบบที่ 2 แบบสมดุลตามความเสี่ยงและอัตรผลตอบแทนที่เหมาะสม (Target Risk)                                        

 

เป็นการบริหารสินทรัพย์การลงทุนตาม Asset Class โดยผลตอบแทนของการบริหารในรูปแบบนี้จะมาจากผลตอบแทนของตลาดหรือ Beta เป็นหลัก โดยเน้นการลงทุนเพื่อให้ได้ผลใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะจัดสัดส่วนการลงทุนให้ใกล้เคียงกับดัชนีอ้างอิง (Benchmark) โดยแบ่งสินทรัพย์การลงทุนออกเป็น 5 กองทุนย่อยดังนี้

กองทุนย่อย 1 ตราสารตลาดเงิน (iDAILY)
เป็นกองทุนประเภทตราสารหนี้ ซึ่งมีความยืดหยุ่นในการบริหารการลงทุนที่ดีกว่ากองทุน Money Market อื่นๆ ทั่วไป ที่มีข้อจำกัดในการลงทุนทั้งด้านชนิดของตราสาร และอายุเฉลี่ยของตราสาร โดยกองทุนย่อยตลาดเงินนี้ผู้จัดการกองทุนสามารถเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่อยู่ในต่างประเทศในภาวะที่การลงทุนในต่างประเทศให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตราสารหนี้ในประเทศ ทั้งนี้การลงทุนในต่างประเทศผู้จัดการกองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน (Fully Hedge)

กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงกว่า เงินฝาก และมีความต้องการการใช้เงินในระยะสั้น

กองทุนย่อย 2 ตราสารหนี้ (iFIXED)
การลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางช่วยเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนตลาดเงิน (money market) หรือ พันธบัตรระยะสั้น กองทุนตราสารหนี้ที่มีอายุ 6-12 เดือน และยังสร้างโอกาสชนะเงินเฟ้อได้ในระยะยาว มีเครื่องมือการลงทุนที่หลากหลายเพื่อรับมือกับสภาวะตลาดที่แตกต่างและแสวงหาผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการลงทุนในต่างประเทศ ทั้งนี้การลงทุนในต่างประเทศผู้จัดการกองทุนจะทำการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน (Fully Hedge)

กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ต้องการแสวงหาผลตอบแทนที่ดีในระยะกลางถึงระยะยาว และรับความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตราสารหนี้ได้

กองทุนย่อย 3 หุ้นไทย (iDIV)
ผู้จัดการกองทุนเน้นคัดกรอง “หุ้นปันผล” ที่มีลักษณะเด่นคือมีแนวโน้มการจ่ายเงินปันผลสูง และสม่ำเสมอ (Consistency Dividend) เงินปันผลช่วยเป็นแหล่งรายได้ที่สม่ำเสมอ และช่วยลดโอกาสขาดทุนเมื่อตลาดผันผวน และ “หุ้นโตเร็ว” มีลักษณะเด่นคือมีแนวโน้มการเติบโตสูง (High Growth) หุ้นประเภทนี้อาจจ่ายเงินปันผลไม่มาก เนื่องจากบริษัทอยู่ในช่วงการเติบโต และต้องการเงินทุนเพื่อขยายกิจการ ลักษณะเด่นอย่างหนึ่งของหุ้นปันผลคือมีความผันผวนน้อยกว่าหุ้นทั่วไป ดังนั้นหุ้นปันผลจึงสามารถป้องกันความเสี่ยงจากการลดลงของราคามากกว่า

กลุ่มเป้าหมาย นักลงทุนที่ต้องการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก และสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนได้ในระดับสูง


กองทุนย่อย 4 ตราสารทุนต่างประเทศ (iEQ)
ผู้จัดการกองทุนจะลงทุนในกองทุนรวมที่เน้นลงทุนในหุ้นต่างประเทศ ที่มีแนวโน้มที่มีการเติบโต (High Growth) และคาดว่าจะสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวให้กับนักลงทุน โดยกองทุนย่อยอาจมีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศ 1 กองทุน หรือมากกว่า 1 กองทุน โดยการกระจายน้ำหนักการลงทุนจะเป็นตามมุมมองของผู้จัดการลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ กองทุนต่างประเทศที่ลงทุนอาจมีนโยบายการป้องกันความเสี่ยงหรืออาจไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนก็ได้ กองทุนย่อยนี้จึงอาจมีความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

กลุ่มเป้าหมาย นักลงทุนที่ต้องการการกระจายการลงทุน (Diversification) ไปในกองทุนหุ้นต่างประเทศเพื่อให้ได้รับผลตอบแทนจากหุ้นในต่างประเทศ และผู้ลงทุนสามารถรับความเสี่ยงจากการลงทุนในหุ้นต่างประเทศ และความผันผวนในอัตราแลกเปลี่ยนได้

กองทุนย่อย 5 อสังหาริมพรัพย์ (iPROP)
การลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ให้ผลตอบแทนค่อนข้างแน่นอนและสม่ำเสมอ เนื่องจากมีรายได้ที่มาจากค่าเช่าที่ต่อเนื่อง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อในอนาคตอีกด้วย นอกจากผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนในรูปของมูลค่าหน่วยลงทุนที่เพิ่มขึ้น (Capital Gain) แล้วยังได้รับรายได้จากเงินปันผลหรือจากการขายคืนอัตโนมัติอีกด้วย และเป็นเครื่องมือในการกระจายความเสี่ยง (Diversification)

กลุ่มเป้าหมาย ผู้ที่ต้องการรับผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ ความผันผวนปานกลางรายได้มั่นคงจากค่าเช่า เหมาะลงทุนระยะยาว


โครงสร้างกองทุนและตัวอย่างการกำหนดนโยบายการลงทุนทั้ง 2 รูปแบบ



ประโยชน์ที่ได้รับจากการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

นายจ้าง 
     • สิทธิประโยชน์ทางภาษี – เงินนำส่งของนายจ้างสามารถตัดเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้
     • เป็นเครื่องมือในการบริหารสวัสดิการแก่พนักงาน เพื่อจูงใจให้รักองค์กร และตั้งใจทำงาน
     • นายจ้างสามารถควบคุมงบประมาณของกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
     • สร้างแรงจูงใจให้ลูกจ้างทำงานระยะยาว
     • ลดภาระค่าใช้จ่ายในการฝึกบุคลากร
     • สร้างความมั่นคงให้ลูกจ้างเมื่อพ้นจากงาน
     • สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแก่บริษัท

ลูกจ้าง (สมาชิก)
     • ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีของการอยู่ในระบบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
     • เสมือนได้รับค่าจ้างเพิ่มจากเงินสมทบที่นายจ้างจ่ายให้
     • ช่วยสร้างวินัยในการออมที่เน้นการออมแบบผูกพันระยะยาว
     • มีเงินก้อนใหญ่ไว้ใช้ในการดำรงชีวิตเมื่อเกษียณอายุหรือลาออกจากงาน
     • เป็นหลักประกันของครอบครัว กรณีเสียชีวิต
     • เพิ่มโอกาสเติบโตของเงินลงทุน ด้วยการบริหารกองทุน จากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนโดยตรง

รูปแบบการลงทุนสำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ในการดำเนินการจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ บริษัทจัดการจะขอข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท และพนักงานหรือสมาชิกของกองทุน (Customer Profile) เช่น อายุเฉลี่ยของพนักงาน อายุงานโดยเฉลี่ย ระดับความรู้เรื่องตราสารการลงทุนประเภทต่างๆ การยอบรับความเสี่ยงในการลงทุน ฯลฯ ทั้งนี้ เพื่อพิจารณาหารูปแบบการลงทุนที่เหมาะสมและสอดคล้องกับลักษณะของสมาชิกในกองทุนเพื่อนำเสนอต่อคณะกรรมการกองทุน (Suitability Study) โดยคณะกรรมการกองทุนสามารถร่วมกำหนดหรือเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสมกับพนักงานได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายต่างๆที่เกี่ยวข้อง

การลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ซึ่งทำหน้าที่นายทะเบียนของกองทุนตามกฎหมายและเป็นผู้กำหนดกฎเกณฑ์การลงทุนของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ในปัจจุบันมีรูปแบบการลงทุนที่ให้สมาชิกสามารถเลือกนโยบายการลงทุนได้เอง ( Employee's choice ) ตามระดับความเสี่ยงที่สมาชิกแต่ละรายรับได้ ซึ่งก่อนการเลือกนโยบายการลงทุน สมาชิกต้องทำ Member Risk Profile เพื่อประเมินความเสี่ยงที่ตนเองรับได้ และเลือกนโยบายการลงทุนที่เหมาะสม และกองทุนประเภทสมดุลตามอายุ (Target Date) ที่มีนโยบายการลงทุนสอดคล้องกับอายุของสมาชิก



ติดต่อเรา : หากบริษัทของท่านต้องการให้เข้าไปนำเสนอข้อมูลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กรุณาแจ้งที่ ฝ่ายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Email Address : pvdfundmkt.cpamth@cimb.com หรือ ติดต่อสอบถามที่ โทรศัพท์ (66) 02 018 3448-50, 02 686 9532-3 บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล จำกัด ยินดีให้รายละเอียดเพิ่มเติม

 

กลับไปหน้าแรก